Connect with us

ข่าว

ประชาชนมีสิทธิ์วิจารณ์ รัฐบาล

ประชาชนมีสิทธิ์วิจารณ์ รัฐบาล

ประชาชนมีสิทธิ์วิจารณ์ รัฐบาล

สมาคมทนายความ ออกโรงหนุนเดี่ยว 13 ไม่ผิดกฎหมาย ชี้ ปชช.มีสิทธิ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้ตามรัฐธรรมนูญ

เตือน อย่าใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือดำเนินคดีคนเห็นต่าง

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2565 นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย

แถลงข้อความผ่านเฟซบุ๊กสมาคมทนายความ ว่า จากกรณีการแสดงเดี่ยว 13 ของ

คุณโน้ส อุดม แต้พานิช

ประชาชนมีสิทธิ์วิจารณ์ รัฐบาล

บางส่วน ที่เป็นการแสดงความคิดเห็นในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ล้มเหลว ซึ่งมีประชาชนแสดงความคิดเห็น ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย นำไปสู่ประเด็นที่มีบุคคลอ้างว่า

การกระทำของคุณโน้สไร้เหตุผล ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อสาธารณชน และผิดกฎหมายสมาคมทนายความฯ

ขอแสดงความคิดเห็นว่า ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ประชาชนมีสิทธิ์วิจารณ์ รัฐบาล

พ.ศ.2560 มาตรา 34 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา

และการสื่อสารความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้

ฉะนั้น การแสดงของคุณโน้สดังกล่าว เป็นเพียงแค่การแสดงความคิดเห็น การถ่ายทอดความรู้สึก

ประชาชนมีสิทธิ์วิจารณ์ รัฐบาล

และเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลที่ล้มเหลว หาใช่การแสดงข้อมูลอันเป็นเท็จ

หรือการกล่าวหาใส่ร้ายผู้อื่นให้ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

อีกทั้งรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรี เป็นบุคคลสาธารณะที่ต้องยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนได้

ประกอบกับการแสดงความคิดเห็นดังกล่าว ยังสอดคล้องกับความรู้สึกของประชาชนที่เห็นด้วยส่วนใหญ่

ประชาชนมีสิทธิ์วิจารณ์ รัฐบาล

ที่เป็นเจ้าของประเทศ เจ้าของอำนาจอธิปไตย ตลอดจนเป็นผู้เสียภาษีให้กับรัฐ ถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง

ที่ได้รับผลกระทบจากการทำงานของรัฐบาลที่ล้มเหลว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ตลอดระยะเวลา 8 ปี

ที่ผ่านมา จึงย่อมมีสิทธิตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์

สมาคมทนายความฯ เห็นว่า รัฐบาลควรปล่อยให้ประชาชนได้มีการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์

การทำงานของรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรี ให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็นในรูปแบบใด

และสำคัญที่สุดรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจ ต้องไม่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือดำเนินคดีกับผู้ที่เห็นต่าง

อันจะทำให้บ้านเมืองเข้าสู่ความขัดแย้ง และนำไปสู่การใช้ความรุนแรงแบบไม่จบสิ้น

กรณีดังกล่าว น่าจะเป็นประโยชน์และอุทาหรณ์ ให้เห็นว่าความคิดเห็นที่แตกต่างของประชาชน

เป็นเรื่องปกติและเป็นสิ่งที่สวยงามในระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม

ซึ่งประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันได้ภายใต้กฎหมายเดียวกัน มิได้สร้างความขัดแย้งหรือก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นในสังคมไทย

เพราะเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตนั้นเป็นของประชาชนคนไทยทุกคน

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

More in ข่าว